หน้าฝนมาแล้ว ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

Last updated: Jun 13, 2019  |  4142 จำนวนผู้เข้าชม  |  เทคนิคการขับขี่

หน้าฝนมาแล้ว ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

หลังน้ำท่วมแล้ว ควรตรวจสอบดูน้ำมันเกียร์บ่อยๆ ถ้าเห็นว่ามีสีขาวคล้ายนมสดปะปนอยู่กับ น้ำมันเกียร์ ต้องรีบนำรถไปที่ศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทันทีแต่หากเป็น รถเกียร์ธรรมดา เมื่อระดับในเส้นทางที่ท่านใช้บ่อยๆ มีน้ำลดลงแล้ว ต้องนำรถไปเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเกียร์และน้ำมันเฟืองท้ายเสียด้วย รวมทั้งส่วนใดของรถที่ต้องการการหล่อลื่น ก็ต้องจัดการให้หมด ไม่ว่าจะเป็นการอัดจาระบี การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ 


ตรวจเช็คสภาพรถ

เริ่มที่การตรวจเช็คความลึกของดอกยางว่า ยังสามารถยึดเกาะถนนได้ดีอยู่ จากนั้นก็ตรวจเช็คใบปัดน้ำฝน ไม่ใช่ปัดแล้วกระจกเป็นรอย หรือมีเสียงกรีดของโลหะเสียดสีกับกระจก ถังน้ำสำหรับการฉีดล้างกระจก ก็ต้องตรวจเติม และผสมน้ำยาล้างกระจกลงไปบ้าง เพื่อเพิ่มช่วยชะล้างคราบของตัวแมลง และฝุ่นละอองที่มักจะติดตามกระจกเสมอๆ

เปิดไฟหน้ารถทันที เพิ่มทัศนวิสัยในการขับ

การเปิดไฟหน้ารถ นอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่ มองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนแล้ว ยังช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นรถท่านได้แต่ไกลอีกด้วย

ขับรถในที่มีน้ำท่วมขัง

อย่าขับรถลุยเข้าไปในน้ำที่ท่วมขังด้วยความเร็วสูงๆ เป็นอันขาด เพราะรถจะเสียการทรงตัวทันทีที่ถูกบังคับให้พุ่งลงไปในน้ำ และขณะที่ขับก็ควรรักษา ระดับความเร็วให้พอเหมาะ และสม่ำเสมอ การเร่งเครื่องแรงบ้างเบาบ้าง จะทำให้เกิดระลอกคลื่นกระฉอกย้อนกลับมากระแทก กับเครื่องยนต์จนเกิดความเสียหายได้ และยังอาจเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้ร่วมสัญจรอื่นๆ บนถนนอีกด้วย ข้อสำคัญก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเกียร์ ไปมาบ่อยๆ ขณะที่อยู่ในน้ำ และพยายามขับรถตามร่อง ที่คันข้างหน้าขับไป เพื่อหลีกเลี่ยงหลุมที่อาจอยู่บนพื้นถนนที่มองไม่เห็น

ระมัดระวังคนเดินถนน และรถจักรยานยนต์

ตกลงมาใหม่ๆ ผู้คนเดินถนน อาจมัวชุลมุนวุ่นวายกับการหนีฝน จนลืมสังเกตรถของท่านที่ขับอยู่ นอกจากนั้น ยังควรระวังรถจักรยานยนต์บางคันที่ขับขี่อยู่ด้านหน้า ที่อาจลื่นไถลจนล้มมาขวางหน้ารถท่านได้เช่นกัน

ชะลอความเร็วก่อนเปิดที่ปัดน้ำฝน

เวลาเปิดใบปัดน้ำฝนใหม่ๆ กระจกรถด้านหน้าจะเกิดฝ้ามัวขึ้น ขณะหนึ่งก่อนที่จะใส ดังนั้น ก่อนที่จะเปิดใบปัดน้ำฝนให้ทำงาน ผู้ขับควรชะลอความเร็วรถ แล้วจึงกดปุ่มฉีดน้ำล้างกระจก พร้อมกับการเปิดใบปัดน้ำฝน ให้ทำงานในจังหวะที่เร็วที่สุด เมื่อกระจกเริ่มใสดีแล้ว จึงลดความเร็วของการปัดตามความหนักเบาของสายฝน

ตรวจเช็คเบรกและน้ำมันเกียร์ หลังน้ำท่วม

หลังจากขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังมาแล้ว ให้ระมัดระวังให้มาก เพราะประสิทธิภาพการเบรกจะลดน้อยลงไป วิธีแก้ไขก็คือ ให้ดูว่าไม่มีรถตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด จากนั้นก็ขับรถด้วยเกียร์ต่ำ ใช้ความเร็วประมาณไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เลี้ยงระดับความเร็วเอาไว้ด้วยเท้าขวา จากนั้นก็ใช้เท้าซ้ายเหยียบลงไปบนแป้นเบรกเบาๆ ที่เรียกว่า "ย้ำเบรก" แตะปล่อยๆ สัก 4-5 ครั้งติดๆ กัน จนรู้สึกว่า รถเริ่มชะลอตัวมากขึ้น เมื่อเหยียบเบรก จึงเพียงพอจะแสดงว่า น้ำได้ถูกไล่ออกจากระบบเบรกเรียบร้อยแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ฟอร์ด ประเทศไทย

Powered by MakeWebEasy.com